2. ผู้จัดทำกิจกรรมสืบเสาะอิสระ : นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
3. ครูที่ปรึกษา : นางสาวสุจิตรา ฉุยฉาย
4. ระยะเวลาในการดําเนินงาน : 21-31 มกราคม 2569
5. ที่มากิจกรรมสืบเสาะ
คำถาม
5.1 รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร
5.2 จะทำให้เกิดรุ้งกินน้ำได้อย่างไร
6. จุดประสงค์
2.1 เพื่อศึกษาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเรื่องการเกิดขึ้นของรุ้งกินน้ำ
2.2 เพื่อให้นักเรียนได้ทดลองเกี่ยวกับการเกิดขึ้นของรุ้งกินน้ำ
7. รวมรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
3.1 รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เกิดขึ้นเองหลังฝนตกตอนเช้า และตอนเย็น
3.2 จะทำให้เกิดรุ้งกินน้ำได้โดยต้องทำให้มีละอองน้ำในอากาศและอยู่ตรองข้ามดวงอาทิตย์
8. วัสดุอุปกรณ์
4.1 กระบอกฉีดน้ำ
4.2 น้ำ
9. ขั้นตอนการทำกิจกรรม ปฏิบัติการสืบเสาะ
9.1 สอบถามครูสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและสำรวจ
9.1.1 ครูใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า
“หลังฝนตกใหม่ๆ จะมีปรากฏการณ์อะไร บนท้องฟ้าบ้าง”
(นักเรียนตอบคำถาม เช่น อาจจะเกิดรุ้งกินน้ำ)
9.1.2 คำถามเพื่อนำไปสู่การทดลอง “รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร”
(ครูร่วมกับนักเรียนหาคำตอบจากข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต “รุ้งกินน้ำ” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สามารถเห็นได้หลังจากฝนตก โดยมีลักษณะเป็นแนวเส้นโค้งหลากสีสันบนท้องฟ้า โดยจะมีสีจากล่างขึ้นบนเรียงตามลำดับ
คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ซึ่งเป็นสีสีทั้ง 7 ของแสงจากดวงอาทิตย์ที่ดวงตามนุษย์สามารถ มองเห็นได้ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ เกิดขึ้นจากละอองน้ำในอากาศหักเหแสงอาทิตย์ทำให้เกิดแถบสเปกตรัมเหนือพื้นผิวโลก เนื่องจากในขณะหลังฝนตกจะมีละอองน้ำเล็กๆ ที่มองไม่เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก ละอองน้ำเล็กๆ เหล่านี้หักเหแสงอาทิตย์มาเข้าตาของเราจะปรากฏเห็นเส้นโค้งซึ่งเรียกว่า "รุ้งกินน้ำ")
7. รวมรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
3.1 รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เกิดขึ้นเองหลังฝนตกตอนเช้า และตอนเย็น
3.2 จะทำให้เกิดรุ้งกินน้ำได้โดยต้องทำให้มีละอองน้ำในอากาศและอยู่ตรองข้ามดวงอาทิตย์
8. วัสดุอุปกรณ์
4.1 กระบอกฉีดน้ำ
4.2 น้ำ
9. ขั้นตอนการทำกิจกรรม ปฏิบัติการสืบเสาะ
9.1 สอบถามครูสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและสำรวจ
9.1.1 ครูใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า
“หลังฝนตกใหม่ๆ จะมีปรากฏการณ์อะไร บนท้องฟ้าบ้าง”
(นักเรียนตอบคำถาม เช่น อาจจะเกิดรุ้งกินน้ำ)
9.1.2 คำถามเพื่อนำไปสู่การทดลอง “รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร”
(ครูร่วมกับนักเรียนหาคำตอบจากข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต “รุ้งกินน้ำ” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สามารถเห็นได้หลังจากฝนตก โดยมีลักษณะเป็นแนวเส้นโค้งหลากสีสันบนท้องฟ้า โดยจะมีสีจากล่างขึ้นบนเรียงตามลำดับ
คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ซึ่งเป็นสีสีทั้ง 7 ของแสงจากดวงอาทิตย์ที่ดวงตามนุษย์สามารถ มองเห็นได้ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ เกิดขึ้นจากละอองน้ำในอากาศหักเหแสงอาทิตย์ทำให้เกิดแถบสเปกตรัมเหนือพื้นผิวโลก เนื่องจากในขณะหลังฝนตกจะมีละอองน้ำเล็กๆ ที่มองไม่เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก ละอองน้ำเล็กๆ เหล่านี้หักเหแสงอาทิตย์มาเข้าตาของเราจะปรากฏเห็นเส้นโค้งซึ่งเรียกว่า "รุ้งกินน้ำ")
7. รวมรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
3.1 รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เกิดขึ้นเองหลังฝนตกตอนเช้า และตอนเย็น
3.2 จะทำให้เกิดรุ้งกินน้ำได้โดยต้องทำให้มีละอองน้ำในอากาศและอยู่ตรองข้ามดวงอาทิตย์
8. วัสดุอุปกรณ์
4.1 กระบอกฉีดน้ำ
4.2 น้ำ
9. ขั้นตอนการทำกิจกรรม ปฏิบัติการสืบเสาะ
9.1 สอบถามครูสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและสำรวจ
9.1.1 ครูใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า
“หลังฝนตกใหม่ๆ จะมีปรากฏการณ์อะไร บนท้องฟ้าบ้าง”
(นักเรียนตอบคำถาม เช่น อาจจะเกิดรุ้งกินน้ำ)
9.1.2 คำถามเพื่อนำไปสู่การทดลอง “รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร”
(ครูร่วมกับนักเรียนหาคำตอบจากข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต “รุ้งกินน้ำ” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สามารถเห็นได้หลังจากฝนตก โดยมีลักษณะเป็นแนวเส้นโค้งหลากสีสันบนท้องฟ้า โดยจะมีสีจากล่างขึ้นบนเรียงตามลำดับ
คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ซึ่งเป็นสีสีทั้ง 7 ของแสงจากดวงอาทิตย์ที่ดวงตามนุษย์สามารถ มองเห็นได้ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ เกิดขึ้นจากละอองน้ำในอากาศหักเหแสงอาทิตย์ทำให้เกิดแถบสเปกตรัมเหนือพื้นผิวโลก เนื่องจากในขณะหลังฝนตกจะมีละอองน้ำเล็กๆ ที่มองไม่เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก ละอองน้ำเล็กๆ เหล่านี้หักเหแสงอาทิตย์มาเข้าตาของเราจะปรากฏเห็นเส้นโค้งซึ่งเรียกว่า "รุ้งกินน้ำ")
9.1.3 จะทดลองเกี่ยวกับปรากฏการณ์นี้ได้อย่างไร (นักเรียนช่วยกันคิด เพื่อนำไปสู่การทดลอง เพื่อ จำลองการเกิดปราฏการณ์นี้ นักเรียนนำเสนอวิธีคิดและเลือกวิธีการทดลอง “ทำให้เกิดละอองน้ำอยู่ระหว่างผู้สังเกตกับแสงจากดวงอาทิตย์”
9.2 ทำการทดลอง นักเรียนแต่ละกลุ่มและครูร่วมกันทำกิจกรรมเรื่องการเกิดปราฏการณ์รุ้งกินน้ำ
9.2.1 ทดลองทำกิจกรรมโดยใช้กระบอกฉีดน้ำ ฉีดน้ำโดยการยืนหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ และยืนหันหลังให้ดวงอาทิตย์ สังเกตแล้วบันทึกผล
แสดงความคิดเห็น
C Shop | ผลิตภัณฑ์โรงเรียนสร้างอาชีพ
![]() |
บ้านคลองครก 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 11 ครั้ง |
![]() |
บ้านวังอีแอ่น 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2) เปิดดู 151 ครั้ง |
![]() |
บ้านเจ้าหลาว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 289 ครั้ง |
![]() |
บ้านวังไม้แดง 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.4) เปิดดู 505 ครั้ง |
![]() |
บ้านเขาแก้ววิทยา 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.3) เปิดดู 59 ครั้ง |
![]() |
วัดแก่งหางแมว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุกระดับชั้น) เปิดดู 154 ครั้ง |
![]() |
บ้านแก้ว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 204 ครั้ง |
![]() |
วัดแก่งหางแมว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุกระดับชั้น) เปิดดู 960 ครั้ง |
![]() |
0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.6) เปิดดู 139 ครั้ง |
![]() |
บ้านช่องกะพัด 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.5) เปิดดู 452 ครั้ง |
![]() |
วัดโพธิ์ลังกามิตรภาพที่ 171 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.4) เปิดดู 139 ครั้ง |
![]() |
วัดบูรพาพิทยาราม 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (อ.3) เปิดดู 150 ครั้ง |
![]() |
วัดบูรพาพิทยาราม 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.3) เปิดดู 162 ครั้ง |
![]() |
บ้านแก้ว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 320 ครั้ง |
![]() |
บ้านโป่งวัว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.3) เปิดดู 22 ครั้ง |
![]() |
บ้านคลองครก 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.6) เปิดดู 508 ครั้ง |
![]() |
วัดทุ่งเบญจา 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2) เปิดดู 24 ครั้ง |
![]() |
บ้านประแกต 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2) เปิดดู 76 ครั้ง |
![]() |
บ้านประแกต 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.3) เปิดดู 72 ครั้ง |
![]() |
วัดสิงห์ 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2) เปิดดู 62 ครั้ง |
![]() |
บ้านสังข์ทอง 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 18 ครั้ง |
![]() |
วัดขุนซ่องสาขาบ้านโป่งเกตุ 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุกระดับชั้น) เปิดดู 19 ครั้ง |
![]() |
บ้านยางระหง 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2) เปิดดู 131 ครั้ง |
![]() |
บ้านโป่งวัว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2) เปิดดู 23 ครั้ง |
![]() |
บ้านห้วงกระแจะ 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.4) เปิดดู 224 ครั้ง |
![]() |
บ้านเจ้าหลาว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 216 ครั้ง |
![]() |
บ้านวังอีแอ่น 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 479 ครั้ง |
![]() |
วัดบูรพาพิทยาราม 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2) เปิดดู 150 ครั้ง |
![]() |
วัดพลับพลา 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ม.2) เปิดดู 311 ครั้ง |
![]() |
บ้านสังข์ทอง 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 17 ครั้ง |
![]() |
0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ม.3) เปิดดู 118 ครั้ง |
![]() |
วัดบูรพาพิทยาราม 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.3) เปิดดู 218 ครั้ง |
![]() |
บ้านแก้ว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.3) เปิดดู 192 ครั้ง |
![]() |
บ้านช่องกะพัด 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุกระดับชั้น) เปิดดู 20 ครั้ง |
![]() |
วัดเขาวงกต 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.6) เปิดดู 217 ครั้ง |
![]() |
บ้านมาบโอน 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.6) เปิดดู 293 ครั้ง |
![]() |
วัดโพธิ์ลังกามิตรภาพที่ 171 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ม.5) เปิดดู 336 ครั้ง |
![]() |
วัดโพธิ์ลังกามิตรภาพที่ 171 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ม.6) เปิดดู 131 ครั้ง |
![]() |
0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.5) เปิดดู 187 ครั้ง |
![]() |
วัดโพธิ์ลังกามิตรภาพที่ 171 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.4) เปิดดู 303 ครั้ง |
![]() |
บ้านแก้ว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2) เปิดดู 168 ครั้ง |
![]() |
0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.5) เปิดดู 230 ครั้ง |
![]() |
บ้านแก้ว 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุกระดับชั้น) เปิดดู 78 ครั้ง |
![]() |
บ้านช่องกะพัด 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.3) เปิดดู 304 ครั้ง |
![]() |
0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ม.3) เปิดดู 115 ครั้ง |
![]() |
บ้านประแกต 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุกระดับชั้น) เปิดดู 82 ครั้ง |
![]() |
บ้านประแกต 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 64 ครั้ง |
![]() |
บ้านวังอีแอ่น 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.1) เปิดดู 138 ครั้ง |
![]() |
วัดรำพัน 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ทุกระดับชั้น) เปิดดู 278 ครั้ง |
![]() |
วัดทุ่งเบญจา 0 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ป.2) เปิดดู 24 ครั้ง |
CHAN1 Supervision | กลุ่มนิเทศฯ สพป.จันทบุรี เขต 1